ชีวิตเดะคอม ตอน กุแอดติดโว้ยยยยย
posted on 15 Jan 2008 09:02 by spellofmagic in Story
เมื่อผ่านการสอบแบบทรหดมาเสร็จสิ้น ตอนนี้ก็ได้เวลาไปที่จุฬาซักที ซึ่งก่อนหน้านั่นผมต้องไปเคลียร์อะไรหลายๆอย่างที่ทำวีรกรรมเอาไว้ ต้องไปลาออกจากการบินพลเรือน (เสียดายเพื่อนมากมาย) แล้วก็ไปทำเรื่องยื่นที่จุฬาแทน
ซึ่งก่อนหน้าที่จะเป็นนิสิตจุฬาเต็มตัว มันจะต้องมีการนั่งสนทนาระหว่างอาจารย์และนิสิตก่อนใช่แมะ (หรือเขาเรียกว่า interview นั่นเอง ) ซึ่งบรรยากาศก่อนไปสนทนานั้น ก็เงียบขรึมมากมาย ห้องค่อนข้างมืด มีโต๊ะใหญ่ๆ 5-6 ตัว ชั้นวางหนังสือเก่าๆ ล็อคเกอร์โทรมๆ กระจกมีฝุ่นเกาะ เชดเข้ นี่มันห้องอะไรวะเนี่ย น่ากัวเจรงๆ สาบานได้ว่าจาไม่เข้ามาในห้องนี้อีกเลย และเนื่องจากวันนั้นอยากโชว์พาวหรืออะไรไม่รู้นะ ผมดันหอบเอง portfolio เล่มยักษ์ สลักคำว่าปทุมคงคา สีทองอยู่หน้าปก ถือเด่นหลาเข้าไปในห้อง ซึ่งตอนนั้นเลยเวลาไปค่อนข้างมากแล้ว ทำให้มีแต่เด็กเต็มห้องเลย (นั่นก็รวมถึงผมด้วยเช่นกัน) เข้ามาแล้วทำตัวไม่ถูกเลย มองซ้ายมองขวา หลบมุมดีกว่า แหะๆ
จากนั้นก็มีพวกพี่ๆปี 2 ปี 3 เข้ามาเฮฮาปาร์ตี้กันเล็กๆน้อยๆ มาเล่าเรื่องมากมายให้ฟัง ซักพักพี่คนนึงก็โผล่ออกมา พร้อมพาเพื่อนๆผมจำนวนนึงขึ้นไปบนชั้น 2 ทำให้พวกผมอีกครึ่งนึงต้องนั่งแหง่วอยู่ด้านล่างกับพี่ๆอีก 2-3 คน จะว่าไปพอมองซ้ายมองขวา นี่หรอวะ เพื่อนกุในอนาคต ทำไมแต่ละคนเป็นแบบเนี่ย (ความคิดในตอนนั้นนะ) แถมพี่ที่อยู่ในห้องก็แอบโหด เหมือนจะด่าก็ไม่ด่า จะพูดดีๆก็ไม่พูด ก็บ่นๆๆๆๆๆไปในใจแหละคับ ไม่อยากบ่นมาก เดี๋ยวโดน แหะๆ
และเวลาสำคัญก็มาถึง พี่คนเดิม เรียกกลุ่มผมซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายขึ้นไปบนชั้น 2 ครับ เย่ ซึ่งพึ่งรู้ว่าไอ้ห้องข้างล่างที่นั่งกันเมื่อกี้คือห้องภาค เช็ดเป็ด ตายแหล่ว กุต้องอยู่กะห้องอย่างนั้นตลอด 4 ปีเลยรึนี่ ไม่นะ
ขึ้นมาชั้น 2 แล้วก็ยังไม่ได้สนทนากับอาจารย์เขาซักที ขึ้นมาเขาก็ให้มาหมกตัวอยู่ในห้องเหมือนเดิม คราวนี้ห้องติดแอร์ ดูมีระดับขึ้นมาหน่อย แอบคิดลึกๆว่า นี่ต้องเป็นห้องเรียนของเราแน่เลย (ซึ่งหารู้ไม่ว่า โง่มากที่คิดแบบนั้น) แล้วก็มีพี่ที่เล่นมุขแป๊กๆอีก 2-3 คน พึ่งรู้ตอนหลังว่า เขาเป็นเด็กโอลิมปิกคอมนะน่ะ
หลังจากรอนานนนนนนนนนนนน มาก จนในห้องเหลือกันอยู่ 2 คน คือผมกับผู้หญิงอีก 1 คน ซึ่งผมก็รอนะ เมื่อไหร่เขาจะมาเรียกซักที ซักพัก พี่เขาก็เดินเข้ามา พร้อมทำหน้าตกตะลึงในความหล่อของผม อิอิ พร้อมพูดออกมาว่า
อ่าว ยังเหลือน้องอีก 2 คนหรอ
แป่วววววววววววววววว พี่ครับ แล้วไอ้ที่นั่งหัวโด่อยู่ 2 ตัวนี่ไม่ใช่คนหรอคับ แล้วพี่เขาก็บอกพวกเรา ( 2 คน ) ว่า อาจารย์เขาเก็บของไปกันหมดแล้ว
งิดเลยครับตอนนั้น อาจารย์ลืมพวกผมไปแล้วง่า... ตายแหล่ว ทำยังไงดี พี่เขาบอกไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเขาพาไปหาอาจารย์ให้ ซึ่งผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้จำไม่ได้และว่าใคร ไม่ได้สังเกตหน้าตา ซึ่งโดนมาสนทนากันที่ห้องทะเบียน น่าน เป็นห้องที่ดีมากเลยเนอะอาจารย์ เมื่อสนทนากันเสร็จก็ได้รู้ว่า ไอ้คัมภีร์แสนหนักที่แบกมา แม่งไม่ได้ใช้อารายเล้ยยยยยยยยยยยย หลังจากนั้นก็ได้เอกสารสำหรับการรายงานตัวมาเป็นแพ็ค เห็นแล้วอึ้งนิดๆ แต่ก็ไปสะดุดตากับอะไรซักอย่างในซองนั้น นั่นก็คือ
น้องคะ อย่าลืมไปที่ใต้ sci นะคะ ตอนนี้เรากิจกรรมรับน้องกันอยู่น่ะค่ะ
วิ๊งงงงงงงง แหม่ พี่ครับ ผมเจออาจารย์เสร็จจะไม่ให้ผมไปอึ๊มั่งหรอครับ ก็ต้องจำยอมแหละครับ ก็เดินตามพี่เขาไป ใต้ sci คืออะไรผมก็ไม่รู้จักหรอกนะ เคยมาเรียนพิเศษที่คณะวิทยาศาสตร์ก็จริงอยู่ แต่ไม่รู้ชื่อตึกไหนเลยจริงๆ
และพี่เขาก็พามาตึกที่มันใหญ่ๆสูง อ่อ นี่เองที่เขาเรียกว่าตึก sci ใหญ่ดีแหะ แล้วก็มีการละเล่นรับน้องต่างๆมากมายให้หนุกหนานกัน ส่วนผมก็เล่นมั่งไม่เล่นมั่ง แต่ก็ไม่แสดงทางที เจี๋ยมเจี๊ยมจนเกินไป เดี๋ยวเขาจะหาว่ากุเป็นเดะเรียน แล้วไม่มีใครกล้ายุ่งแบบม.ปลาย อิอิ จบการเล่น 1 วัน ก็ได้เพื่อนมาฮาเฮ 2 คน เย่ เป็นประวัติการณ์เนื่องจากไอ้คนนี้ ไม่ว่าไปที่ไหน ค่ายไหน ไม่เคยมีเพื่อนเลย
หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ๆๆๆๆๆๆ การรับน้องยังไม่หมด ยังมีประสบการณ์อันน่าขมขืน เอ๊ย ขมขื่นอีกมากมายจามาเล่าให้ฟัง
โปรดติดตามตอนต่อไปๆๆๆๆๆๆๆ