**เนื้อหาที่เขียนต่อไปนี้เป็นความเห็นเฉพาะบุคคลเท่านั้น อย่ามาม่ากันนะครับ ><**

 

เหตุกาณ์ “สมมติ” (จริงๆนะเออ)

 

เพื่อน : แกว่าคนนี้หน้าตาดีไหมวะ (เพื่อนผมอีกคนนึง ยื่นรูปใน bb มาให้ดู)

ผม : ก็โอเคนะ ใครหรอ รุ่นน้องหรอ

เพื่อน : เปล่า แฟนเราเอง

ผม : หะ (ทำหน้าตกใจ)

เพื่อน : หน้าตาดีใช่ม้า

ผม : รู้จักกันได้ยังไงเนี่ย

เพื่อน : ก็แอดพินมา แล้วคุยๆกันแล้วถูกคอ พึ่งตกลงเป็นแฟนกันเมื่อวานเอง

ผม : …

เพื่อน : ทำไมอ๊ะ ทำหน้ายังกับชั้นใจง่ายมากเลย

ผม : (มาก)  รู้จักกันมานานยัง

เพื่อน : ก็สองสามอาทิตย์อ่ะ

ผม : …

 

                ผมคิดมากไปเองหรือเปล่าครับ ว่าสมันนี้ คนเรารักกันง่ายจัง

 

 

 

                ต้องยอมรับนะครับว่า สมัยนี้ อะไรๆก็เร็วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การทำงาน เรื่องเงินๆทองๆ เรื่องการเดินทาง (บางประเภทนะครับ บางอย่างยิ่งช้าลง เอิ๊กๆ) จนทำให้รู้สึกว่า อะไรๆก็สบายไปหมด แม้แต่เรื่องความรักที่เดี๋ยวนี้หาง๊ายง่าย (แต่ทำไมผมยังไม่มีก็ไม่รู้เนอะ)

 

                ยิ่งเดี๋ยวนี้เราสามารถติดต่อกันได้ทุกที่ มันเลยทำให้ความสัมพันธ์มันก่อตัวขึ้นเร็วหรือเปล่า หรือว่าเดี๋ยวนี้โปรแกรมตัดต่อภาพสามารถเปลี่ยนจากคนนึงเป็นอีกคนได้ดียิ่งว่าการศัลยกรรม จนทำให้น่ารักน่าหลง มันมีสาเหตุอะไรกันน้อที่ทำให้คนรักกันง่ายขนาดนี้

                ผมเคยดูหนังเก่าๆครับ หนังรักสมัยก่อนนี่น่าสนใจนะครับ เขามีวิธีจีบแบบคลาสสิกมากมาย อย่างคนที่อยู่ไกลๆกันก็ต้องส่งจดหมาย ถ้าอยู่ที่กันดารมากๆก็ต้องรอเป็นวันๆกว่าจะได้ส่งความในใจถึงกัน หรือถ้าทันสมัยมาหน่อยช่วงที่มือถือยังไม่ฮิต ก็ต้องไปหาตู้โทรศัพท์เพื่อโทรไปหาใครซักคน ผมว่ามันเป็นการติดต่อที่โรแมนติกดีแหะ มันเป็นการส่งต่อความรักแบบที่ต้องอาศัยความอดทนพอสมควร คิดดูนะครับ กว่าจดหมายจะมาซักฉบับ ต้องรอร๊อรอ แต่พอเปิดจดหมายมาอ่านก็สุขใจ ยิ้มหน้าบานไปหลายวัน (ถ้าจดหมายไม่ผิดซองล่ะก็นะ) หรือเป็นรักแบบลุ้นๆว่า เหรียญจะหมดเมื่อไหร่หนอ หรือบางทีโทรเข้าเบอร์บ้านเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับสายไหม หรือว่าจะเผชิญกับท่านพ่อท่านแม่เขาก่อน

 

                บางคนอาจจะเถียงว่า นั่นมันสมัยก่อนนะ เดี๋ยวนี้มันทันสมัยแล้ว

 

                ก็เพราะว่ามันทันสมัยน่ะสิครับ ความโรแมนติดแบบคลาสสิก มันเลยหายไป ติดต่อกันก็ง๊ายง่าย กริ๊งเดียวก็ถึงกันละ หรือถ้าทันสมัยหน่อยออน msn เปิดกล้องก็เจอหน้ากันแล้ว แต่มันก็ดีอย่างตรงที่ เราสามารถส่งความรักความห่วงใยถึงกันได้ทันที แถมบางทีอาจจะใช้สืบได้ว่าแฟนแอบมีกิ๊กมีกั๊กอะไรหรือเปล่า

 

                แต่อย่างไรก็ตาม ความรักในหน้าจอนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับรักด้านเดียว(ไม่ใช่รักข้างเดียวนะ) เพราะคนที่อยู่อีกด้านนั้น ก็คงไม่แสดงด้านที่ไม่ดีออกมา (พิสูจน์ได้จากรูป Profile ใน social network มีใครบ้างเอารูปตัวเองตอนพึ่งตื่นนอน หรือตอนที่ทำอะไรแย่ๆมา Post จริงไหม Foot in mouth) แต่ละคนย่อมอยากให้คนอื่นมองด้านดีของตน ซึ่งบางทีเราอาจจะหลงรักเขาเพียงเพราะด้านดีที่เขาแสดงออกมา โดยที่ไม่รู้ว่าอะไรซ่อนอยู่ด้านหลัง

 

                แต่ผมไม่ได้บอกว่าจะรักกันผ่านจอไม่ได้ แต่ลองคิดถึงความเป็นจริงดู คนเรารักกันย่อมอยากอยู่ด้วยกัน เจอกันบ้าง ซึ่งเมื่อเจอกันแล้ว จะยังเป็นคนที่ใช่ที่อยู่ในจอหรือเปล่า ผมเห็นเพื่อนบางคนพอเจอกันจริงๆแล้วเลิกก็มีนะเออ

 

                ความรัก ยังไงก็ต้องใช้เวลา และการศึกษาซึ่งกันและกันครับ ไม่ใช่เพียงผ่านข้อความและเสียงเท่านั้น มันมีอะไรมากกว่าที่คิด บางทีต้องลองเจอกัน ศึกษาดูพฤติกรรมกันไป คำพูดเราแต่งเสริมให้ดูน่าอ่านได้ แต่ถ้าเจอกันจริงๆสิ่งที่เห็นมันอาจจะไม่สวยหรูเหมือนในข้อความก็ได้ รักที่ได้มาแบบง่ายๆ ก็มีสิทธิที่จะจากไปได้ง่ายๆเหมือนกันนะครับ

 

                สรุปแล้วที่บ่นมายาวๆ ผมต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ที่ผมอยากบอกก็แค่

                รักกันผ่านจอ แล้วอย่างลืมรักกันผ่านใจด้วยนะครับ Money mouth แล้วก็ระวังพวกมิจฉาชีพด้วยนะครับ เดี๋ยวนี้มันเยอะมาก (จริงๆ)

 

 

 

ปล. แถม

 

เพื่อน : แก ชั้นไปเจอตานั่นมาแล้วนะ

ผม : ใครวะ

เพื่อน : ก็คนที่ชั้นให้ดูรูปเมื่อวันก่อนไง ตอนแรกมันบอกเป็นหนุ่มนักเรียนทุน พึ่งกลับมาจากต่างประเทศ รูปหล่อพ่อรวย พอเจอตัวจริง เป็นเด็กเกรียนแตก นุ่งกางเกงบอล เสื้อตาห่าน ถือ 3310 แอร๊ยยยยยย มันหลอกลวงชั้น

ผม : อ่าว ใช้ 3310 แล้วคุย bb กันได้ยังไงเนี่ย

เพื่อน : เออว่ะ หรือชั้นทักผิดคน แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย ชั้นปล่อยเทพบุตรหลุดมือไปซะแล้ว

ผม : -*-

Comment

Comment:

Tweet

555 เราคนนึงล่ะที่รักกันผ่่านจอ แต่เราคุยกันนานมาก 5-6 ปีถึงจะได้มีโอกาสได้เจอหน้ากัน ยังแอบอายตัวเองแหะbig smile

#2 By imagine on 2011-09-17 01:07

Hot! Hot! ปาดาวให้อย่างเดียว ชอบมากเลยได้ ไอเดียไรมากมายจากเรื่องความรักbig smile

#1 By Blackhole994 on 2011-09-16 18:29