เรื่องของพ่อ ที่พ่อไม่เคยพูด
posted on 05 Dec 2008 10:06 by spellofmagic in Novel
**เรื่องที่ทุกคนจะอ่านต่อไปนี้ ยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จึงเรียนมาเพื่อนทราบ
**
**เรื่องนี้ แต่งจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมเอง แต่ได้ปรับแต่งนิดหน่อย เพื่อสะดวกแก่การเขียน**
******************************************************************************
"พ่อเคยเข้าใจอะไรน็อตมั่งไม๊เนี่ย!!!!!!!!
"ไอ้ห่า แล้วมึงผิดจริงไหมเล่้า!!!!!!!!!!!!"
"แล้วมึงฟังกูหน่อยได้ไหม!!!!!!!!!!" เสียงตะโกนด่าทอกันระหร่าวผมกับพ่อตอน ม.4 แทบจะเป็นเรื่องปกติของบ้านนี้ ไม่มีวันไหนเลยที่ผมกับพ่อจะพูดจากันดีๆ ด้วยความที่ผมเป็นคนสุดท้องแล้ว ดูเหมือนอะไรๆก็มาลงที่ผมไปหมด
"นี่มึงขึ้นมึงกูกับกูหรอ" พ่อตะโกนด่ากลับมา ผมเองก็เลือดขึ้นหน้า
"เออสิวะ พ่อก็พ่อเถอะ เคยฟังกูมั่งไหมล่ะ" ผมเถียงกลับ พลางเดินขึ้นไปบนห้องนอน "รู้อย่างนี้ไม่เรียนแม่งหรอก สายวิทย์-คณิตเนี่ย"
"ไอ้ห่า แล้วมึงจะไปไหน" เสียงพ่อผมดังไล่ตามหลังมา
"เรื่องของกู" ผมตะโกนกลับไป และแน่นอนว่า ต้องมีเสียงดังกลับมาอีกแน่นอน ผมปิดประตูห้อง ลงกลอนแล้วทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยหน่าย แค่โดดเรียนพิเศษแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้
*****************************************************************************
"ไอ้น็อต เป็นอะไรวะ หน้ายังกะตูดมาเลย" นั่น ไอ้เพื่อนตัวดี ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่มาทักซะกวนตีนเลย
"ทะเลาะกับพ่อมาว่ะ โคตรจะเซ็งเลย" ผมบ่นๆให้เพื่อนฟัง
"เออ แล้วพรุ่งนี้จะไปค่ายเปล่า" เพื่อนผมถามขึ้น ผมนั่งคิดซักพักนึง "ว่าไง"
เอาวะ ไหนๆอยู่บ้านก็เซ็งไปเปล่าๆ "ไป" ผมตอบ และแน่นอนว่า ต้องมีเรื่องอีกแน่ๆ "แต่กูขอโทรบอกที่บ้านก่อนนะ" ผมเอามือถือขึ้นมากดโทรหาที่บ้านทันที ป่านนี้พ่อคงยังไม่ตื่น "ฮัลโหล แม่หรอครับ"
"เออ ว่าไงจ๊ะ" แม่ตอบกลับมา ผมล่ะรักแม่ที่สุดเลย ไม่เคยว่าผมเลยซักครั้ง
"เสาร์นี้น็อตไปค่ายกับเพื่อนนะ กลับวันจันทร์หน้าเลย" ผมบอกกับแม่ไป แม่นิ่งเงียบไปซักพัก
"แล้วไม่มีเรียนหรอน็อต" นั่นไง เอาอีกแล้ว ไม่พ้นเรื่องนี้จริงๆ "เดี๋ยวก็เรียนตามทันเองแหละ แม่" แถวบ้านเขาเรียกว่า แถ ครับ แบบนี้
"อ่ะ ตามใจแล้วกัน อย่าลืมบอกพ่อเขาด้วยล่ะ" บอกก็โดนด่าสิครับแม่
"ครับแม่ สวัสดีครับ" ผมกดวางสายไป เฮ้อ เบื่อพ่อจริงๆ อะไรๆก็จะให้เรียนตลอด รู้งี้แกล้งโง่ไปซะก็ดี
******************************************************************************
7 วันผ่านไป
"กลับมาแล้วครับแม่ คิดถึงแม่จังเลย" ผมเดินเข้ามาในบ้านพร้อมโอบกอดและหอมแก้มแม่ ผมทำแบบนี้ทุกวันหลังจากที่ผมกลับมาจากโรงเรียนจนกลายเป็นนิสัยไปเสียแล้ว ส่วนพ่อน่ะหรอ
"ตึง!!!!" เสียงปิดประตูดังๆคือคำสวัสดีของผมครับ เพื่อให้รู้ว่า ไอ้ลูกชายของพ่อน่ะ กลับมาแล้ว
"เฮ้อ เบื่อจังเลยเว้ย ไม่อยากกลับจากค่ายเลย!!!" ผมบ่นกับตัวเองแล้วก็ผลอยหลับไป
ผมหลับไปนานมาก รู้ตัวอีกทีก็เหมือนกับมีอะไรเย็นๆมาแปะที่หน้า ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมา พร้อมกับอาการปวดหัวมากๆ เหมือนมีใครมาบีบหัวยังไงยังนั้น
"อ้าว ตื่นแล้วหรอน็อต" แม่ผมนี่เอง ท่านเอาผ้ามาเช็ดตัวผมอยู่ "ตัวร้อนเชียว ไปทำอะไรมาหรือเปล่าเนี่ย"
"เปล่านี่แม่" ผมตอบ แต่ก็ยังปวดหัวอยู่
"อ่ะ กินข้าวซักหน่อย เดี๋ยวจะได้กินยา" แม่ยื่นข้าวไข่เจียวของโปรดมาให้ ผมล่ะรักแม่จริงเลย หุหุ
ผมกินไปได้ซักพักหนึ่งก็รู้สึกผิดปกติ รสชาติของไข่เจียวทำไมมันไม่เหมือนกับที่ผมเคยกินมาก่อน มันรู้สึกทำให้ผมคลื่นไส้ยังไงก็ไม่รู้
"เป็นอะไรหรือเปล่าน็อต" แม่ถามขึ้น เมื่อเห็นผมท่าจะไม่ดี
"คลื่นไส้นิดหน่อยแม่ สงสัยอดนอนมาหลายวัน" ผมตอบแม่พลางฝืนยิ้ม
"ไปหาหมอหน่อยไหม" แม่ถามอีกครั้ง ผมส่ายหน้า บ้านผมไม่ค่อยชอบไปหาหมอกันเท่าไหร่ ชอบซื้อยามากินเองซะมากกว่า
"ไม่เป็นอะไรมากหรอก เดี๋ยวก็หายครับ" ผมตอบแม่ พลางวางจานข้าวแล้วก็กินยา "แม่ไปเถอะครับ เดี๋ยวน็อตก็นอนแล้ว" แต่ไม่ทันที่หัวจะถึงหมอน อาหารที่ผมพึ่งจะกินเข้าไปก็พุ่งพรวดออกมา ทำเอาเตียงผมเลอะไปหมด
"น็อต!!! เป็นอะไรไปเนี่ย" ผมอยากจะตอบแม่ แต่คลื่นอาเจียนลูกที่สองก็ตามมาติดๆ เป็นอย่างนี้อยู่นาน จนไม่มีอะไรออกมาแล้ว มีแต่เพียงน้ำสีเหลืองๆขมๆออกมาเท่านั้น
"ไปหาหมอนะน็อต" แม่ผมพูดขึ้น ผมได้แต่พยักหน้าเพียงเท่านั้น
ไม่กี่นาทีต่อมา ผมก็มาอยู่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว มีแม่ผมเท่านั้นที่มากับผม พี่สาวกับพี่ชายเรียนอยู่ ส่วนพ่อก็ไปทำงาน ผมรู้สึกเจ็บใจนิดๆว่า พ่อไม่รักผมเลยจริงๆใช่ไหมนี่ ซักพัก หมอก็เดินออกมา
"ลูกคุณเป็นไข้เลือดออกนะครับ" ไข้เลือดออก ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะคิดว่าโรคนี้คงไม่ร้ายแรงอะไร "แต่ก็ขอให้อยู่ในโรงพยาบาลก่อนนะครับ" หมอพูด ทำเอาผมงงไปเลยทีเดียว แค่เป็นไข้เลือดออกเองเนี่ยนะ แต่ก็เอาเถอะ เพื่อความสบายใจของแม่
******************************************************************************
คืนนั้นผมรู้สึกว่าผมเองนอนหลับนานมาก เหมือนกับว่ากลางคืนทำไมมันยาวอย่างนี้ อยากจะตื่นก็ตื่นไม่ได้ แม้ว่าจะรู้สึกอยากอาเจียนตลอดเวลา ผมรู้สึกอย่างนี้อยู่นาน นานเหมือนเป็นปี หรือว่าผม....
"น็อตเป็นยังไงบ้างเนี่ย" เสียงหนึ่งแว่วมา ผมจำเสียงนั้นได้ดี เป็นเสียงคนที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
"หมอบอกเป็นไข้เลือดออก ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า" แม่ผมพูดกับพ่อ ผมก็ยังคงหลับตาต่อไป
"ถ้ามีอะไรก็โทรมาแล้วกัน" พ่อผมพูดพลางเดินออกจากห้องไป ในใจผมคิดว่าอะไรกัน ลูกตัวเองนอนอยู่อย่างนี้ไม่มีการมาเฝ้าอะไรเลยหรอ แต่คิดได้ไม่นาน ร่างกายผมก็เริ่มมีสิ่งผิดปกติ ผมลุึกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
"น็อต เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย จู่ๆก็..." แม่ผมนิ่งเงียบ ผมรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่ปาก เลือดสีแดงสดเริ่มไหลออกทางระหว่างนิ้วที่ผมพยายามปิด ผมอาเจียนเป็นเลือด!!!!
"เดี๋ยวนะน็อต ทำใจดีๆไว้นะ เดี๋ยวแม่ไปตามหมอก่อน" แม่พูดพลางยื่นกระโถนมาให้ แล้วแม่ก็ออกจากห้องไป เลือดไหลออกมาจากปากราวกับเขื่อนแตก ระหว่างอาเจียนเลือดออกมาผมก็ได้สังเกตุว่า ในกระโถนมีเลือดอยู่แล้ว นี่ผมจะตายไหมนี่ และสิ่งต่างๆก็ดูมืดลง มืดลง.........
*****************************************************************************
นี่ผ่านไปกี่วันแล้วผมก็ไม่ทราบ ผมลืมตาอย่างช้าๆ เพียงแค่แสงไฟดวงเล็กๆก็ทำให้ผมแสบตาได้ นี่ผมรอดแล้วใช่ไหมนี่
"น็อต ฟื้นแล้วหรอลูก" แม่ผมพูดอยู่ข้างๆ มือของแม่ยังคงจับผมไว้ ผมบีบมือแม่ตอบเพื่อแสดงว่า ผมไม่เป็นอะไรแล้ว พี่ชายพี่สาวก็อยู่ด้วย เว้นแต่ พ่อ...
"น็อตไม่เป็นอะไรแล้วครับแม่" ผมพูดกับแม่เบาๆ แม่ยิ้มทั้งน้ำตา นี่สรุปว่าผมเป็นอะไรกันแน่เนี่ย
หลังจากฟื้นได้ไม่นาน ผมก็อยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 2-3 อาทิตย์ มีเพื่อนและญาติๆต่างมาเยี่ยม และแน่นอน พ่อผมก็มาด้วย แต่ผมไม่ค่อยได้คุยอะไรเท่าไหร่นัก
พอผมออกมาจากโรงพยาบาลมาแล้ว ทุกอย่างก็เริ่มเป็นปกติ ไปโรงเรียน เล่นกับเพื่อน กลับมา ก็ทานข้าว แล้วก็นอน แต่บางอย่างแปลกไป คือ ผมไม่ได้ทะเลาะกับพ่ออีกเลย ไม่ใช่ว่าดีกันแล้ว แต่ต่างฝ่ายต่างไม่คุยกัยเลย แต่ก็ดีครับ ผมจะไ่ด้ไม่ต้องวุ่นวาย
"เฮ้ยน็อต พรุ่งนี้มีค่ายจริยธรรมนะเว่ย อย่าลืมมาด้วย" เพื่อนผมพูดมา ค่ายอะไรวะ ไม่มาได้ไหมเนี่ย พึ่งออกจากโรงพยาบาลด้วย "ต้องมาทุกคนนะเว่ย ไม่งั้นไม่จบ ม.6" นั่น มันอ่านความคิดผมได้หรือไงเนี่ย "อ่อ ต้องให้ผู้ปกครองมาด้วยนะ"
ผู้ปกครองหรอ เรื่องมากจริง ให้แม่มาละกัน พ่อหรอ ไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มีทางมาอยู่แล้ว
*****************************************************************************
"แม่ครับ แม่มาถึงไหนแล้วเนี่ย" ผมโทรตามแม่ครับ เพราะว่าผู้ปกครองคนอื่นมากันหมดแล้ว
"เออ น็อต แม่ขอโทษทีนะจ๊ะ แม่ให้พ่อไปแทนแล้วล่ะ"
"อะไรนะแม่ ให้พ่อมาแทนหรอ" ผมไม่เชื่อหูตัวเองเลย พ่อมาแทนแม่ โธ่ไม่นะ "อะไรอ่ะ แม่สัญญากับน็อตแล้วนะ"
"เอาน่า น็อต ฟังที่แม่จะพูดต่อไปนี้ดีๆนะ" แม่เริ่มพูดเสียงเข้ม แปลกดีแหะ ปกติแม่ไม่เคยพูดอะไรที่น้ำเสียงเครียดแบบนี้มาก่อน
"รู้ไหม ลูกเข้าโรงพยาบาลไปกี่วัน" แม่ถามขึ้น ผมยืนนิ่งไปซักพัก นั่นสิ กี่วัน "ลูกเข้าโรงพยาบาลไป 10 วัน"
10 วัน นี่ผมนึกว่าอยู่แค่สองสามวันเองนะ
"แล้วคืนที่ลูกอ้วกน่ะ เป็นวันที่ลูกอาการหนักสุดเลยรู้ไหม" ผมเริ่มพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ฟังแม่เพียงอย่างเดียว "ลูกเป็นโรคไข้เลือดออกในกระเพาะอาหาร" แม่ผมเริ่มพูดเสียงสั่น เหมือนกับเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
*****************************************************************************
"น็อต เป็นอะไรไป หมอ หมอ!!!! มาดูลูกชั้นด้วย" แม่ผมยืนร้องเรียกหาหมอ น้ำตาไหลเป็นทาง
"เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวหมอดูให้" หมอดูอาการซักพัก ปรากฎว่า โรคนี้หมอก็ไม่เคยพบเหมือนกัน แม่ร้องไห้โฮใหญ่ ซักพัก ผมก็เด้งตัวขึ้นมาอาเจียนอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นเลือดสดๆ
"หมอคะ ความดันเลือดเด็กคนนี้ต่ำมากเลยค่ะ" พยาบาลที่ตรวจความดันเลือดแจ้งกับหมอ
"ไปเอาเลือดมา เด็กคนนี้เลือดกรุ๊ปเอ ไปหามาด่วนเลยนะ" หมอสั่งอย่างรวดเร็ว นางพยาบาลรีบออกไปตามหาเลือด แม่ผมก็โทรหาพ่อ แต่ก็โทรไม่ติด
"หมอคะ ไม่เลือดกรุ๊ปนี้เหลือเลยค่ะ" นางพยาบาลเข้ามาแจ้งหมอ
"แล้วที่สภากาชาดล่ะ"
"ไม่มีเหมือนกันค่ะ" แม่ผมยิ่งร้องไห้ใหญ่ ไม่มีเลือดให้ผมซักหยดเดียว ตอนนั้นตัวผมเริ่มซีดเพราะเลือดออกไปเยอะมาก
"คุณครับ" หมอรีบตรงเข้าไปหาแม่ "คุณมีญาติที่ไหนบ้่าง เรียกมาให้หมดเลยนะครับ เราต้องการเลือดด่วน" หมอแจ้งกับแม่ผมในทันที แม่โทรตามญาติทุกคนมา แต่ไม่มีใครเลือดตรงกับผมเลยแม้แต่คนเดียว
"เหลือพ่อค่ะ แต่ยังติดต่อไม่ได้เลย" พี่สาวผมพูดขึ้น ทั้งห้องต่างเงียบสงัด แม่จึงตัดสินใจโทรอีกครั้งหนึ่ง
"ตืดดดดดดดดดดดด................ตืดดดดดดดดดดดดดดดด............"
"ฮัลโหล"
"พ่อ!!! โทรติดแล้ว พ่อ!!! มาที่โรงพยาบาลด่วนเลยนะ"
*****************************************************************************
ตอนนี้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของค่ายแล้ว ผู้ปกครองต่างนั่งประจำที่ของตนเอง บ้างก็คุยตามประสาคนรู้จักกัน รวมทั้ง พ่อผมด้วย
ในหัวผมตอนนี้มีแต่เรื่องวันนั้น
"รู้อะไรไหนน็อต พ่อเป็นคนเดียวที่ให้เลือดน็อตได้" เสียงแม่ยังคงพูดก้องอยู่ในหัว
"พ่อเขากำลังทำงานอยู่ แต่พอรู้ข่าวปุ๊ป เขาก็รีบมาทันที"
"ตอนแรก หมอบอกว่าต้องการเลือดมาก กลัวคนเดียวจะให้ไม่พอ"
"เอาล่ะ นักเรียนทุกคน เดินไปหาพ่อแม่เจ้าซะ" พระอาจารย์เอ่ยขึ้น เพื่อนๆผมต่างลุกเดินไปหาพ่อแม่ของตัวเอง ผมยืนขึ้นช้าๆ มองไปที่ที่พ่อผมนั่งอยู่ พ่อมองมาที่ผมอย่างที่ท่านเคยมอง นั่นคือมองเจ้าลูกชายตัวแสบของเขา
"หากใครทำผิดอะไร ก็จงก้มกราบท่าน แล้วขอโทษท่านซะเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอพรุ่งนี้ หรือวันไหน เพราะท่านจะไม่ได้อยู่กับเจ้าตลอดไป เมื่อวันใดที่ท่านจากเจ้าไปแล้ว เจ้าอย่ามาเสียใจภายหลัง ว่า เจ้ายังไม่ได้ขอโทษท่าน" ผมนั่งอยู่ตรงหน้าพ่อ ไม่สบตา เสียงของแม่ยังก้องอยู่ในหู
"แต่พ่อบอกหมอเขาว่ายังไงรู้ไหมลูก" เสียงแม่ยังก้องอยู่
"เอาล่ะ ถึงเวลาแล้ว เจ้าจะทำหรือไม่ทำก็ขึ้นอยู่กับเจ้า...." ร่างกายผมเริ่มสั่นอีกครั้ง น้ำตาผมไหลรินจากดวงตาทั้งสอง เสียงของพ่อดังก้องไปทุกโสตประสาท
"เอาเลือดผมไป!!! เอาเลือดผมไปให้ลูกผม!!! ผมจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ขอให้ลูกผมรอด!!!!"
"พ่อครับ" ผมเอ่ยขึ้น พร้อมกับเงยหน้าดูพ่อ ผมแปลกใจที่พ่อผมยิ้มให้ผม
"ว่าไง ไอ้ตัวแสบของพ่อ" พ่อพูดกับผมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและความรัก พ่อเอามือลูบหัวผมเบาๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ ไม่สามารถบังคับมันได้อีกแล้ว ผมก้มกราบพร้อมกับปล่อยโฮเสียงดังก้องไปทั่ว ไม่มีเวลาใดที่ผมจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้อีกแล้ว
"ผมขอโทษครับพ่อ ผมขอโทษ!!!!!!!!" ผมร้องไห้ไป และขอโทษไปไม่หยุด ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมมองพ่อเป็นเพียงคนที่ดุร้าย ไม่ฟังเหตุผล ไม่เคยฉุดคิดซักนิดว่าท่านทำไปเพื่ออะไร การศึกษาที่ท่านให้ ไม่เคยทำให้ลูกคนนี้เป็นคนดีขึ้นเลย
"น็อตโทษพ่อ ด่าพ่อมาตลอดเลย วันนี้น็อตรู้แล้ว น็อตขอโทษครับพ่อ!!!!!!!!!!!!! น็อตขอโทษ" ผมยังคงก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าคนที่รักตัวเองมากที่สุด
พ่อผมที่นั่งนิ่งค่อยๆลดตัวลงมาหาผม พร้อมลูบหัวผมเบาๆ ผมโผเข้าไปกอดพ่อทันที พร้อมร้องไห้อีกชุดใหญ่ ถ้าไม่มีพ่อคนนี้แล้ว ลูกคนนี้จะมีชีวิตถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร
"ไม่เป็นไร พ่อเข้าใจแล้ว ลูกพ่อ" พ่อพูดกับผมเบาๆ เพียงแค่คำเดียว เพียงแค่นี้ ผมก็พอใจแล้ว
******************************************************************************
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็สนิทกับพ่อมากขึ้น ขยันเรียนขึ้น จนเข้ามหาวิทยาลัยได้ตามที่พ่อหวังไว้ แต่แม่ผมก็ยังรักเหมือนเดิมนะ รักเท่ากันทั้งคู่นั่นแหละ
แม่ผมยังบอกอีกว่า นับวันผมยิ่งเหมือนพ่อเข้าไปทุกวัน สงสัยเพราะเลือดของพ่ออยู่ในตัวผม ทำอะไรก็งี่เง่าเหมือนกัน สรุปว่าแม่ชมหรือว่าด่าผมครับเนี่ย
พ่อเองก็ไม่ได้รวยมากมายอะไร
มรดกที่พ่อจะให้ได้ คงไม่ใช่เงินใช่ทองก็มีแต่ความรู้ที่พ่อหาให้จากการส่งลูกเรียนเท่านั้น

ก็ขอให้พี่มีความสุขในทุกๆวันกับครอบครัวนะคะ
#1 By Prim-prim on 2008-12-05 17:23