สวัสดีครับทุกคน  ช่วงนี้คงปิดเทอมกันหมดแล้วสินะครับ    แต่ก็อย่าลืมนะครับว่าไม่ใช่ปิดเทอมใหญ่  อย่าเที่ยวกันเพลินล่ะ 

        วันนี้เอาชีวิตเด็กคอมมาแฉให้ฟังอีกแล้วครับ  ความนี้เป็นเรื่องแนวคิดต่างๆที่พึ่งเกิดขึ้น  หลังจากที่ผมได้เรียนสาขานี้จนจบปี  3  เทอม 1  หุหุ

        หลายๆคนคงคิดว่า  เป็นเด็กคอม  คงเรียนแค่เขียนโปรแกรม  คิดนิดๆหน่อยๆ  แล้วก็เขียนๆๆๆๆๆ  อยู่แต่หน้าคอม  แต่หารู้ไม่ว่า  ไอ้การเขียนๆๆๆๆ พวกนี้  มันทำให้ความคิดแบบคอมพิวเตอร์มันแทรกซึมเข้าไปในสมองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

        วันนี้ผมจะมีปัญหาในชีวิตประจำวันเล็กๆน้อยๆที่สามารถคิดแบบเด็กคอมได้  โดยที่ทุกๆคนอาจจะไม่รู้ตัว

        1. ปัญหาทำกิจวัตรประจำวันยามเช้าที่สั้นที่สุด - Shortest  Daily  Routine  In the  Morning  Problem

        มาปัญหาแรกกันเลย    ปกติเพื่อนๆตื่นนอนแล้วจะทำอะไรกันบ้างครับ  อย่างน้อยเพื่อนก็ต้อง  อาบน้ำ  ล้างหน้า  แปรงฟัน  แต่งตัว  ใช่ไหมครับ  (คนที่ทำน้อยกว่านี้ถือว่าน่าเกลียดในระดับหนึ่ง  )  ซึ่งเวลาในการทำแต่ละอย่างนั้น  ก็มีเวลาที่แตกต่างกันไป  เช่น

        อาบน้ำ ใช้เวลา  30 นาที 

        แปรงฟัน  ใ้ช้เวลา  3  นาที 

        ล้างหน้า  ใช้เวลา  2  นาที 

        แต่งตัว  ใช้เวลา  20  นาที 

        ทาแป้ง  5  นาที 

        กินข้าวเช้า  10  นาที 

        จัดกระเป๋า  5  นาที

        แล้วสมมติว่าวันหนึ่ง  เพื่อนๆตื่นสาย  และตาลีตาเหลือกต้องรีบไปสอบปลายภาค  มีเวลาเพียง  1  ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง  ถามว่า  เพื่อนๆจะเลือกทำกิจกรรมใดบ้างภายในเวลา  1  ชั่วโมง  เพื่อให้ได้กิจกรรมที่เยอะที่สุด

 

        โอ้  แค่นี้แหละครับ    ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็คิดว่า  จะทำอะไรก็ทำไปเหอะ  จะไม่ทันอยู่แล้ว

        แต่พอมาตอนนี้  ความคิดเริ่มเปลี่ยนครับ    สิ่งที่เราต้องการคือ  กิจกรรมที่สามารถทำได้มากที่สุดในเวลา  1  ชั่วโมง  เพราะฉะนั้น  เรามาดูการคิดกันดีกว่าครับ

        ในคอมเนี่ย  มันจะมีวิธีคิดแบบนึงที่เรียกว่า  ขั้นตอนวิธีละโมภ หลักการคือ  เอาสิ่งที่มากที่สุด  ต้องการมากที่สุดเอาไว้ก่อน  ซึ่งสิ่งที่เราต้องการนั้น  คือเวลา  ดังนั้นหลักการเลือกกิจกรรมของผมจะเป็นดังนี้

        1.  เอาเวลาที่ใช้มากที่สุดก่อน

        2.  เอาเวลาที่น้อยรองจากอันดับ  1  มาเป็นลำดับ  2

        3.  ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งครบ  1  ชั่วโมง  หรือน้อยกว่า  (มากกว่าไม่ได้  เดี๋ยวสอบไม่ทัน 

        ดังนั้น  ลำดับการเลือกจึงเป็นดังนี้ครับ  ->  อาบน้ำ  แต่งตัว  กินข้าว  ได้  3  อย่างครับ 

        บางคนอาจจะรับไม่ได้ว่ายังไม่ล้างหน้า  แปรงฟัน  ก็มากินข้าวแล้ว  มันทะแม่งๆ    

        บางคนก็อาจจะคิดว่า ถ้าเอากิจกรรมตามนี้  คือ  อาบน้ำ  แปรงฟัน  ล้างหน้า ทาแป้ง  จัดกระเป๋า กินข้าว  ได้ตั้ง  6  กิจกรรมแน่ะ  มันก็ได้ครับ  แต่สังเกตว่าการเลือกแบบนี้นั้น  มันไม่มีหลักการตายตัว  มันไม่ใช่คอม!!!!  เพราะฉะนั้น  เด็กคอมจึงของไม่แปรงฟันก่อนกินข้าวดีกว่าเดินโทงเทงไปสอบละกันนะครับ   

 

        2. ปัญหาการถอนเหรียญ

        หวังว่าเพื่อนๆคงเคยไปใช้บริการร้าน 7-11  กันนะครับ  ซึ่งบางทีเพื่อนๆซื้อของแล้วจ่ายแบงค์ใหญ่ๆเนี่ย  เพื่อนๆคงเจอปัญหาที่ว่า  "รับขนมจีบ ซาลาเปา เพิ่มไหมคะ  แบงค์ใหญ่นะคะ  ไม่ซื้อเพิ่มหน่อยหรอคะ"  ไม่ใช่แล้ว!!!

        ปัญหานึงที่เจออยู่บ่อยๆก็คือ  เวลาได้เงินทอนมาเหรียญจะเยอะมากๆๆๆๆๆๆ  จนหนักกระเป๋ายิ่งกว่ามือถือรุ่นกระติกน้ำเสียอีก  (บ่งบอกอายุเลยเนอะ  ) ดังนั้น  เด็กคอมจึงอยากสวมเวิญญาณเป็นพนักงานเก็บเงินที่ 7-11  ซักวันนึงเพื่อใช้วิธีคิดแบบคอม  มาทอนเหรียญให้ลูกค้าผู้น่าสงสาร

        คำถามครับ  ถามว่า  ถ้ามีคนจ่ายเงินมาจำนวนหนึ่ง  แล้วต้องทอน  691  บาท  จะทอนอย่างไร  ให้ได้ลูกค้าได้เหรียญน้อยที่สุด   

        คำตอบก็ง่ายๆครับ  ใช้  ขั้นตอนวิธีละโมภ เช่นเดิม เจอแบงค์ไหนใหญ่ๆทอนไปก่อน  อย่างกรณีนี้  จะได้คำตอบตามนี้ครับ

 

        691  บาท  ทอนแบงค์  500  1  ใบ  เหลือทอน  191  บาท

        191  บาท  ทอนแบงค์  100  1  ใบ  เหลือทอน  91  บาท

        91  บาท  ทอนแบงค์  50  1  ใบ  เหลือทอน  41  บาท

        41  บาท  ทอนแบงค์  20  2  ใบ  เหลือทอน  1  บาท

        1  บาท  ทอนเหรียญ  1  1  เหรียญ  เหลือทอน  0  บาท

 

        สรุป  ทอนเหรียญไปให้ลูกค้าเพียง  1  เหรียญเท่านั้น  โอ้พระเจ้า  มันสุดยอดมากๆๆๆๆๆ  แต่ครับแต่

        ถ้าต้องทอน  66  บาทล่ะ

 

        66  บาท  ทอนแบงค์  50  1  ใบ  เหลือทอน  16  บาท

        16  บาท  ทอนเหรียญ  10  1  เหรียญ  เหลือทอน  6  บาท

        6  บาท  ทอนเหรียญ  5  1  เหรียญ  เหลือทอน  1  บาท

        1  บาท  ทอนเหรียญ  1  1  เหรียญ  เหลือทอน  0  บาท

 

        สรุป  ต้องทอนทั้งหมด  3  เหรียญ  ซึ่งถ้าคิดอีกแง่หนึ่งคือ  ถ้าทอนแบงค์ 20  3  ใบ  จะมีเหรียญเหลือแค่  2  เหรียญคือเหรียญ  5  และเหรียญ  1  บาทเท่าันั้น  เพราะฉะนั้น  วิธีนี้จึงได้ผลแค่บางกรณีเท่านั้น  เพราะฉะนั้น  เด็กคอมคนนี้จึงออกจากการเป็นพนัก  7-11  ชั่วคราวเพื่อไปหาวิธีที่ดีกว่า

        เป็นที่น่าสังเกตนะครับ  เวลาพนักงานเขาคิดเงินเนี่ย  เข้าจะไล่ทอนทีละช่อง  จากช่องที่เป็นแบงค์ร้อย  ไปจนถึงเหรียญ  25  สตางค์  นั่นแหละครับ  คือการทอนที่ใช้  ขั้นตอนวิธีละโมภ  นั่นเอง

 

        นี่แหละครับ  ตัวอย่างปัญหา ซึ่งปัญหาเหล่านี้  สามารถคิดแก้ปัญหาโดยใช้วิธีคิดแบบคอมได้  อยากคิดได้แบบนี้ใหม่ล่ะครับ  ถ้าอยากล่ะก็  เข้ามาเรียนวิทยาการคอมเลยครับ  โปรโมทคณะไปในตัว

 

        แต่ไม่ว่าจะมีปัญหาใดเข้ามา  ก็ขอให้ค่อยๆคิด  อย่างมีหลักมีผล  ตามขั้นตอนก็แล้วกันครับ  แล้วคราวหน้า  ผมจะเอาปัญหาในชีวิตประจำวัน  มาแก้โดยใช้หลักการของคอมมาให้ดูอีกนะครับ  วันนี้ก็ขอเขียนแต่เพียงเท่านี้  บายๆครับ

 

        ปล.  มีความสุขมากๆนะครับ              

                

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูเป็นรูปธรรมมากขึ้นครับผม ดีๆๆ

#1 By Kuk_Kidhen on 2009-03-26 01:01