สวัสดีครับทุกคน  หลังจากทีทิ้งรหัสไว้ให้คิด  คิดออกกันไหมเอ่ย    ถ้าคิดได้ยังไงก็อย่าพึ่งเฉลยอะไรนะครับ  เดี๋ยวจะมาเฉลยอาทิตย์หน้า

        วันนี้ไปงานสัปดาห์หนังสือมาครับ  ก็อย่างที่ทุกคนคงคุ้นเคยกันดี  ว่าคนจะเยอะมากๆๆๆๆๆๆ    เยอะยังกับมดแน่ะครับ  ซึ่งก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหมครับ  แต่พอดีวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปงานสัปดาห์หนังสือหรอกครับ  พอดีที่บ้านไฟดับ  ไม่มีที่ไหนไป  เลยต้องไปงานสัปดาห์หนังสือแทน

        ไปถึงก็อย่างที่คาดไว้ครับ  คนเยอะมาก    แอบคิดว่านี่เขาแจกหนังสือฟรีกันหรือยังไงนี่  ตอนเดินเข้าไปก็แอบมองคนที่เขาเดินออกมากันนะครับ  บางคนนี่ถือมาหลายถุงมาก  บางคนก็ไม่มีหนังสือติดตัวออกมาเลย  แต่เท่าที่มองนะครับคือ  แทบทุกคน  จะมีหนังสือกันอย่างน้อยๆล่ะ  1  เล่ม

        ซึ่งนั่นแหละครับ  คือประเด็น  ทุกคนคงเคยได้ยินสถิติแย่ๆของการอ่านหนังสือของคนไทยนะครับว่า  คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ  2  บรรทัด    แล้วไอ้ที่หอบกันออกมานี่เล่มละ  1  คำหรอครับมันก็ทำให้ผมอยากรู้ว่า  ไอ้สถิติการอ่านนี้  ตอนนี้มันเพิ่มขึ้นหรือยังนะ  แต่ก็ต้องเข้าใจนะครับ  เพราะว่ายังมีคนอีกมากที่ไม่มีโอกาศมางานนนี้  ค่าเฉลี่ยมันเลยต่ำ

        เดินเข้ามาก็หยิบแผนที่หาจุดหมายก่อนเลยครับ  พอหาได้ที่ก็เดินเปื่อยๆไรอบนึงก่อน  ตอนที่เดินนั้นก็สะดุดกับหนังสือหลายเล่มอยู่เหมือนกันครับ  (เนื่องจากงบหมด  จึงไม่สามารถนำรูปหนังสือมาให้ดูได้  )

        แนวหนังสือที่ผมดูส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นคอมพิวเตอร์ครับ    แต่กลับไม่ได้ซื้อหนังสือคอมมาเลย  ที่ได้กลับมากลายเป็นหนังสือแนวคิดกับนิยายมาอย่างละเล่มแทน  ซึ่งผมคิดว่า  ปีนี้ผมค่อนข้างที่จะเลือกซื้อเป็นอย่างมาก  เนื่องจากงบไม่อำนวย

        บางทีผมก็คิดนะครับว่า  ทำไมบางคนซื้อเยอะจัง  ไม่เลือกๆเล่มที่จำเป็นจริงๆบ้าง  บางเล่มก็มีแต่รูปครับ    บางเล่มก็บ๊างบาง  แต่ราคาที่หนาเตอะเลยครับ  ซึ่งก่อนที่ผมจะซื้อนั้น  ผมเล็งเอาไว้  6-7  เล่มครับ  แต่เลือกมาเพียง  2  เล่มเท่านั้น

        ก็ยืนคิดอยู่นานครับ  ว่าจะเลือกเล่มไหน  คิดไปคิดมาเลยได้แนวทางในการเลือกแบบประหยัดงบสุดๆมา  2-3 ข้อ

        1. อยากได้แค่ไหน ?  ถ้าอยากได้มากๆ  ก็เก็บไว้เป็นตัวเลือก  ถ้าเอาไว้ก่อนก็ได้  ก็ตัดทิ้งครับ  ไว้วันหลังค่อยมาซื้อ

        2. ราคาเท่าไหร่  ?  แน่นอนครับ  เนื่องจากงบน้อย  ราคาก็ต้องอำนวยด้วย  ถ้าอยากได้จริง  แต่ราคาไม่สวยก็ต้องทำใจครับ 

        3. ถ้าไม่ซื้อ  จะหาอ่านจากที่อื่นได้ไหม  ?  นี่ล่ะครับ  ตัวตัดสิน  ไอ้เล่มที่อยากได้  แต่หาอ่านได้จากที่อื่นได้นี่  ปลิวไปไกลเลยครับ  หาอ่านได้จากที่อื่นหมายความว่ายังไง  ง่ายๆครับ  เช่นว่าเราอยากได้หนังสือ  PHOTOSHOP  ราคาได้  แต่ว่าเรายังอยากได้เล่มด้วย  แต่พอรวมราคาแล้วตังหมด  จะทำยังไงครับ  ไปกดเพิ่มใช่ไหมครับ    ไม่ใช่ละ  เพราะว่าการทำ  PHOTOSHOP  นั้น  สามารถหาวิธีต่างๆได้ใน  interner  เพราะฉะนั้น  ไปหาในเนตดีกว่า  จะได้ไม่ต้องเสียตังซื้อหนังสือ  ไม่หนักมือ เพิ่มกล้ามด้วย 

        บางคนอาจจะบอกว่า  ไม่ดูความจำเป็นหรอ  ก็แล้วแต่คนครับ  แต่ถามว่า  ถ้าเป็นหนังสือไร้สาระ  แต่เราอยากได้  จะซื้อไหมล่ะครับ    มันเป็นความสุขส่วนบุคคลน่ะครับ  มันห้ามกันไม่ได้  ดังนั้น  จาก  6-7  เล่ม  จึงเหลือ  2  เล่มในที่สุดครับ  ด้วยราคา  350  บาท  ผู้เข้ารอบสุดท้ายคือ  หนังสือกระตุ้นต่อมความคิด  กับ  ล่ารหัสมรณะครับ  เย้ 

        ซึ่งถามว่ามันมีความจำเป็นกับผมไหม  ไม่เลยครับ    แต่อยากได้  และคิดว่ามันคู่ควรที่จะซื้อมากกว่า

        เดินๆไปเจอเกม  Hero  mastrer  ด้วยครับ  ที่ซุ้มของ  future  gamer  มีใครซื้อมาเล่นไหมเอ่ย

        วันนี้กว่าจะกลับก็  1  ทุ่มครับ  ได้มา  2  เล่มก็ดีใจแล้วครับ  งานสัปดาห์หนังสือมีอะไรมากกว่าพวกหนังสือ  how to  นิยายเกาหลี  หนังสือเตรียมสอบ  หรือพวก pocket book  ของคนมีชื่อทั้งหลาย  แต่มันยังมีหนังสือเก่าๆที่น่าสนใจอีกมากมาย  รวมทั้งหนังสือดีๆที่อยู่ตามซอกซุ้มดังๆ  เพราะฉะนั้น  ถ้าว่างๆลองไปแวะร้านที่เงียบๆดูบ้างนะครับ  หนังสือดีๆที่ไม่ดังมีอยู่เยอะเลยทีเดียว  (คุ้นๆไหมครับ  ประโยคแนวนี้  )

        ปล.  รหัสยังไม่หายไปไหนนะครับ  อยู่ในหมวด  decoding  แล้ว  ใครยังคิดไม่ออกก็พยายามเข้านะครับ

        ปล.2  ทราบหรือไม่ว่า  นอกจาก  hi5  แล้ว  ยังมี  hi4  และ  hi3  อีกด้วย  ไม่เชื่อลองเปิดดูครับ  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry


ช่ายยยย คนเยอะมากๆๆ

ยั้วเยี้ยยิ่งกว่าแมงสาบอีก
เห็นแล้ว เอิกส์ คิดผิดหรือเปล่าเนี่ย ที่มาวันอาทิตย์ T^T

#1 By อริ๊ง~[TiGGeR] on 2008-03-30 21:44

หมดตัวกับงานหนังสือไปแล้ว

ปล.วันพฤหัสไปรอบแรกคนโล่งครับ

ปล2.ไปอีกทีวันเสาร์...ไม่ต้องก้าวเท้าเดิน ปล่อยให้ไหลไปตามฝูงชน sad smile

#2 By SkyKiD on 2008-03-30 22:15

ปล.2 มีจริงๆด้วยsad smile

#3 By sebin_เซบิน on 2008-03-30 22:35

หลายคนไปงานหนังสือแล้ว "พยายาม" ที่จะซื้อหนังสือกลับมาเพราะกลัวเสียเที่ยว ทั้งที่ตัวเองไม่ค่อยอยากอ่านหรือต้องการเท่าไหร่ เมื่อก่อนผมก็เป็นแบบนั้นนะจนทรัพย์สินร่อยหรอจนหลัง ๆ ซื้อเฉพาะเล่มที่อยากได้จริง ๆ (จะเป็นแบบเห็นปุ๊บซื้อปัํบ)
แต่ก็มีหนังสือดีๆหลายเล่มที่น่าซื้อแต่ก็มัวคิดไตร่ตรองหลายรอบจนบางทีไม่ได้ซื้อก็มี

#4 By nighty on 2008-03-31 00:51

ยังไม่ได้ไปเดินงานหนังสือเลยอ่า...วันธรรมดาก็ทำงาน เสาร์-อาทิตย์ก็เลยอยากพัก

มันมีhi4 hi3ด้วยอ่า ตื่นเต้นๆ

#5 By p*Ying (210.86.215.223) on 2008-04-02 21:02