ชีวิตเดะคอม ตอน โค้งมรณะ กะ อะคาเดมี GPAX
posted on 16 Mar 2008 17:49 by spellofmagic in Storyสวัสดีครับ หลังจากที่ไปเที่ยวชะอำอย่างสบายใจ วันนี้มาโผล่หน้ามาให้เห็นอีกครั้งแล้ว สบายดีกันใช่ไหมครับ
วันนี้เห็นชื่อแล้วอย่าพึ่งกลัวอะไรไปกันมากมายนะครับ
มันไม่ใช่เรื่องผีหรือความเชื่ออะไรหรอกครับ แต่มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆสำหรับเด็กมหาลัยทุกคน
พูดถึงเกรดก่อน ตอนเรายังหัวเกรียนๆเกรดเราจะเป็นเลข 1 1.5 2 ... 4 เป็นอนุกรมเรขาคณิตใช่ไหมครับ
แต่ว่าในมหาวิทยาลัยจะเป็น D D+ C ... A ตามลำดับครับ ซึ่ง D=1 D+=1.5 ตามลำดับไปเรื่อยๆ แค่นี้เอง
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า ทุกคนย่อมอยากเห็น A กระจายทั่วอยู่ในใบเกรดใช่ไหมครับ
อย่างน้อยผมก็คนนึงล่ะ
ว่าด้วยการตัดเกรดแล้ว ในมหาวิทยาลัยเขาจะตัดเกรดได้ 3 วิธีครับ คือแบบอิงกลุ่ม แบบอิงเกณฑ์ แล้วก็แบบผสมครับ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีวิธีการตัดเกรดไม่เหมือนกัน แต่ก็มีส่วนคล้ายๆกันบ้าง
การตัดแบบอิงเกรียน เอ๊ย อิงเกณฑ์
จะตัดเกรดเหมือนกับตอนมัธยมครับ เช่น 50 ได้ เกรด 1 80 ขึ้นได้ 4 เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิชาเลือก หรือวิชาภาคบางวิชา ซึ่งการตัดเกรดแบบนี้ ดีอย่างนึงคือ เราสามารถรู้ได้ว่าเราจะต้องพยายามอีกเท่าไหร่ ถึงจะได้เกรดตามที่เราต้องการ
การตัดเกรดแบบที่ 2 คือการตัดแบบอิงกลุ่ม ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้หลักสถิติ โดยที่เขาจะเอาคะแนนของทุกคนมาเรียงกัน เป็นรูประฆังคว่ำ ซึ่งถ้าเราตกอยู่ตรงกลางๆที่มันนูนสูงๆ (...
) เราก็จะได้เกรดกลางๆ ถ้าเราตกบนๆหน่อย ก็ได้เกรดสวยหน่อย ถ้าร่วงลงไปมากๆ ก็อาจจะตกได้ในวิชานั้นได้ ซึ่งวิธีนี้เราต้องแข่งกับชาวบ้าน ซึ่งวิธีที่จะเอาชนะได้ก็คือ การเหยียบมันขึ้นไป พูดง่ายๆคือทำตัวห่างๆ mean ให้มากที่สุด เพราะการผจญภัยใต้ mean มันไม่สนุกเอาเสียเลย
ตัดแบบที่ 3 คือแบบโสมม เย้ย
ผสมนั่นเอง คือมันจะเอาเกณฑ์มาวัด (...ไปทำบุญ
) ว่าจะได้เกรด F เท่าไหร่ และ A เท่าไหร่ เช่น ถ้าไม่ถึง 30 ได้ F ถ้าสูงกว่า 85 ได้ A เป็นต้น แล้วที่อยู่ระหว่าง 31-84 ล่ะ จะเอาไว้ที่ไหนดี
อย่างที่บอกไว้ครับ วิธีนี้มันเป็นการปฏิสนธิ
ระหว่างเกณฑ์และกลุ่ม เพราะฉะนั้น ที่เหลือมันจึงเอาไปยัดไว้ในเส้นโค้งมรณะนั่นแหละครับ
จากนั้นถ้าใครคะแนนไม่ถึง A แต่ผ่าน F ก็ต้องมาลุ้นล่ะครับว่า จะเหยียบใครหรือโดนใครเหยียบดี
นี่คือการตัดเกรดแบบคร่าวๆครับ ซึ่งยังไม่ต้องเครียดอะไรมาก แต่ถ้ารู้ไว้หน่อยก็ไม่เสียหายอะไร เพราะยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี
เส้นโค้งมรณะเป็นเพียงเส้นที่บอกแนวโน้วชีวิตเท่านั้นครับ แต่ตัวที่จะตัดสินว่า ใครจะไม่ได้ไปต่อ ในเวที the star
ไม่ใช่และ ตัวที่จะตัดสินว่าจะได้เรียนต่อหรือไม่นั้น คือ GPAX ครับ
GPAX หรือ เกรดสะสมเฉลี่ย จะเป็นตัวบอกว่า เราจะได้เรียนต่อหรือไม่ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัย ก็จะตัดสินแตกต่างกัน ซึ่งศัพท์น่ารู้ประจำส่วนนี้คือ PRO หรือ โปร ชื่อเต็ม จำไม่ได้
ชื่อภาษาไทย สภาพวิทยาทัณฑ์ โอ้ ฟังดูหรูนะครับ แต่ใครโดนไปนี้แทบร้องไห้
ที่จุฬาฯนะครับ ตอนปีผมเขาตัดโปรที่ 2.00 ใครต่ำกว่า 2.00 ถือว่าติดโปร เรียกโก้ๆว่า เด็กโปร (ถ้าในเกมคงฟังดูเท่น่าดู
) ซึ่งเด็กโปรนั้น ก็แบ่งเป็น 2 ระดับ นั่นคือ โปรสูง และโปรต่ำ
โปรสูงคือ เด็กโปรที่มี GPAX ตั้งแต่ 1.8 - 1.99
โปรต่ำคือ เด็กโปรที่มี GPAX ตั้งแต่ 1.5 - 1.79
ถ้าต่ำกว่านั้นก็จบข่าวครับ คุณนั่นแหละที่ไม่ได้ไปต่อ
ตกรอบกอดคอร้องไห้ไปตามสบายครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับ ทางเราไม่ใจร้ายขนาดนั้น เนื่องจากว่าคุณเป็นคนดี มีน้ำใจ ร้องดี เต้นดี เริ่มเพ้อเจ้อและ
ถ้าคุณเป็นเด็กโปรสูง เราจะให้โอกาสคุณเป็นเด็กโปรสูงได้สูงสุดแค่ 4 ครั้ง แต่ถ้าคุณเป็นเด็กโปรต่ำ เราจะให้โอกาสคุณเป็นเด็กโปรต่ำเพียง 2 ครั้งเท่านั้นในการแก้ตัว เพราะฉะนั้น ไปทำการบ้านมาดีๆ
ซึ่งการติดโปรนั้น ทำให้ใครหลายต่อหลายคนออกจากไปบ้านนี้ไปมากมายแล้ว แต่ก็อย่าได้กังวลไป คุณจะออกจากบ้านหรือไม่ ไม่ได้มาจากการโหวต
มันขึ้นอยู่กับตัวทุกคนเอง ขยันก็อยู่ต่อครับ จบข่าว
ถามว่าเบื่อเป็นเด็กโปรแล้ว มันไม่แนว
อยากเป็นเด็กธรรมดา ทำไงดี ง่ายๆครับ 2.00 up คุณทั้งหลายก็ไม่ต้องเป็นเด็กโปรแล้ว เย้ๆๆๆๆๆ
นี่เป็นเพียงเรื่องราวเล็กๆน้อยๆจากชีวิตเดะคอมคนหนึ่งนะครับ
หวังว่าคงได้อะไรไปบ้าง และอาจจะเหมาะสำหรับน้องๆที่จะ AD เข้าปีนี้นะครับ
แอบแปะภาพๆ
ภาพแสดงโค้งมรณะ by N.O.I.S.