ค่ายครั้งที่ 84

posted on 20 Jan 2008 19:39 by spellofmagic  in Rirasa

        สวัสดีครับน้อง  ขอต้อนรับสู่ค่ายครั้งที่ 84 หวังว่าน้องคงจะสนุกกับค่ายครั้งนี้นะครับ  ค่ายนี้นะครับ บลาๆๆๆๆๆๆ

        คุ้นๆหูกันบ้างไหมครับกับคำพูดพวกนี้  (พวกไปค่ายคงร้องอ๋อกันเยอะ)  แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นครับ  ประเด็นมันอยู่ที่  ค่ายครั้งที่เท่าไหร่ต่างหาก

        บางทีก็เห็นแล้วแทบอึ้งนะครับ  ค่ายนี้จัดมาตั้งเท่านี้ปีเชียวเรอะ    แต่ผมยังไม่เคยเห็นค่ายไหนถึง 100 ครั้งซักที  หรือว่าค่ายทั้งหลายมันอายุไม่ถึง 100 ปีกันแน่นะ  แต่มันก็ยังไม่ใช่ประเด็นนั้นอีกแหละครับ  (แล้วประเด็นมันอยู่ตรงไหนล่ะฟ่ะ  )

        เข้าเรื่องดีกว่า  หลายๆคนที่เคยไปเข้าค่ายต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นค่ายวิทย์ ค่ายภาษา ค่ายอาสา ค่ายบางระจัน (อันหลังนี่ใครเคยไปบ้างครับ  )  ก็คงคิดกันว่า  ค่ายนี้สนุกจัง  ค่ายนี้น่าเบื่อจัง  อยากให้มีค่ายนี้อีก  อย่าจัดเลยค่ายแบบนี้  นานาจิตตังนะครับแบบนี้  แต่ความคิดไหนล่ะ  ที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า  ค่ายครั้งที่ ...

        แน่นอนครับ  ไอ้ความคิดที่ว่า  สนุกจังเลยค่ะ  อยากให้จัดทุกๆปีเลยครับ  และเมื่อมีสิ่งเหล่านี้  เราก็ต้องตอบสนองตามหลักเศรษฐศาสตร์ใช่ไหมครับ (เกี่ยวไหมนี่)  ดังนั้นมันก็จึงมีครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้ง4 ... ครั้งที่ n ขึ้นจนได้

        เมื่อก่อนผมก็อยากรู้เหมือนกันนะครับว่าไอ้ครั้งที่ n เนี่ย  มันจะ  end  เมื่อไหร่กันแน่  จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันมานี่ก็พอได้แนวคำตอบมาบ้าง

        ในฐานะคนเคยทำค่ายนะครับ  สมมติว่าผมทำค่ายอยู่ค่ายหนึ่ง  ซึ่งเป็นครั้งที่ n  ซึ่งตำแหน่งที่ผมไปทำนั้น  ก็เหมือนๆกับว่า  พี่ๆเขาชวนไปทำ  ก็เลยไปทำซักนิดดีกว่า  (แอบมีเหตุผลลึกๆด้วย )  แต่เมื่อค่ายครั้งที่ n จบไป  เวลาผ่านไป  1  ปี  ค่ายครั้งที่  n+1  ก็เกิดขึ้น  พวกผม  ในฐานะคนเคยทำค่าย  ต้องมาสืบสานกิจการต่อ......  งั้นหรอ

        เคยคิดนิดนึงว่า  เราทำค่ายครั้งที่ n+1  ไปเพื่ออะไร

        1. เพราะอยากทำ

        2. เพราะไม่มีอะไรทำ

        3. เพราะเคยทำ

        4. เพราะมีคนเคยทำ

        ขอทำตัวทึบๆนิดนึงตรงข้อ 4

        บางคนก็ตอบข้อที่  1-3  แต่คิดไปคิดมานะครับ  ข้อ 1-3  เหมือนเป็นคำที่กลายพันธุ์มาจากข้อ  4  เพียงแต่จัดรูป  พูดแล้วให้มันดูดีแค่นั้นเอง

        มันเหมือนกับมีความรู้สึกที่ว่า  มันครั้งที่  n  แล้วนะ  จะมาจบตอนรุ่นนี้หรอ  อะไรประมาณนั้น  ก็เลยเหมือนกันมีอะไรโยงใยความรู้สึกเอาไว้ว่า  ทำไปเถอะ  แล้วเกิดอะไรขึ้น

        กลายเป็นว่า  สิ่งที่เราทำไป  มันคือสิ่งที่  เราต้องทำให้ค่ายมันคงอยู่นะ  ถ้ามันหายไป  มันไม่ดีนะ  แต่ถ้าถามว่า  ถ้าทำไปด้วยความรู้สึกนั้น  มันจะดีหรอ  สิ่งที่ออกมา  มันจะดีหรอ  กลายเป็นว่าสิ่งที่เราทำ  มันไม่ใช่สิ่งที่คนริเริ่มค่ายนี้คาดหวังไว้ว่าอยากให้เป็นแบบนี้  แต่กลับเป็นว่า  เราต้องทำตามแบบนี้ไปซะงั้น  แล้วจะทำอย่างไรต่อไป

        คำตอบของคำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว  ขึ้นอยู่กับคนที่มาทำงานตรงนี้  แต่ผลที่ออกมา  มีอยู่แน่ๆ  แค่ 2 ทางคือ  ทำ  กับไม่ทำ

        ถ้าทำก็ดี  ไม่ทำ  ก็ว่างไปอีกนาน  มันก็ไม่เสียหายอะไรไม่ใช่หรอ  จริงป่ะ    แต่บางคนเขาอยากทำจริงๆก็อย่าห้ามเขาเลยนะครับ  เพราะบางทีงานพวกนี้มันก็ให้อะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ

        ความจริงวันนี้ไม่ได้มาแอบบ่นอะไรหรอกนะ  แค่เครียดๆกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนิดหน่อย    แล้วมันตรงกะเรื่องนึงของหลานพอดี

        หลานผมคนนึง  ปีนี้จะแอดมิดกับเขาและ  (อย่าทำหน้าตาฉงนขนาดนั้นครับ  หลานผมจริงๆที่จะแอดมิด)  ซึ่งพี่น้องเขา  เข้าคณะเดียวกันหมด  ทำให้เหมือนถูกกดดันว่า  ต้องเข้าคณะนี้นะ  ก็เหมือนกันกับเรื่องที่ผมเล่านั้นแหละครับ  มันมีครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2  ไอ้คนที่อยู่ครั้งที่ 3 เนี่ยแหละครับซวย    เหมือนกับว่า  ต้องทำต่อนะ  ไม่ทำต่อไม่ดีนะ  อะไรประมาณนั้น  แอบสงสารเหมือนกันนะครับ  ถ้าเขาเข้าตามแบบวิธีครั้งที่ n  ล่ะก็  คงไม่ต่างกับการทำตามความต้องการของคนรุ่นแรกโดนรุ่นหลังๆต้องมานั่ง  ทน  ทำเนี่ยแหละครับ

        ขอจบดีกว่า  เครียดเกินไปไม่ดี  หน้าเหี่ยวหน้าย่นนะครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet