สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้ผมได้ลองคิดอะไรเล่นๆแล้วอยากจะแชร์ให้ให้ฟังกันครับ
 
          **เนื้อหาต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ควรนำไปอ้างอิงใดๆทั้งสิ้น**
 
          หลังจากที่ได้เรียนเรื่องการลงทุนสายเทคนิคคอลมาซักพักใหญ่ ผมได้เรียนรู้แนวคิดหนึ่งที่ว่า "ประวัติศาสตร์มันมักจะซ้ำรอยเดิมเสมอ" เสมือนหุ้นที่ว่า อดีตมันเคยขึ้นลงอย่างไร ปัจจุบันมันก็ยังคงขึ้นลงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ "รูปแบบ"
 
          พอมาคิดถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวัน แล้วลอง map เรื่องราวต่างๆก็พบว่ามันลงล็อคกันพอดี
 
          ตัวอย่างเช่น
 
          การล่าอาณานิคม : เมื่อสมัยก่อนจะมีการล่าอาณานิคม โดยใช้กำลัง เพื่อบุกยึดดินแดนต่างๆไปทั่วโลก ใครจะรู้ล่ะว่าตอนนี้ก็มีการล่าอาณานิคมเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้ "กำลัง" เป็นการใช้ "เงิน"แทน
 
          Social network : เมื่อก่อน (ในไทย) สิ่งที่ใครๆต้องมีคือ Hi5 แน่นอนว่าวันๆคงไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากจ้องจอ กดปุ่ม F5 ทุกๆนาที เพื่อมารอดูว่ามีใครมาเม้น (comment) บ้าง ตอนนี้ประวัติศาสตร์มันก็มาซ้ำรอยอีกครั้งหนึ่ง แต่เปลี่ยนรูปแบบจาก Hi5 เป็น Facebook แทน
 
          การ Chat : อันนี้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน เมื่อก่อนการ Chat ผ่านพวกมือถือนั้น จะให้ BB เป็นหลัก และเป็นที่นิยมกันมากๆ (ในไทย) เล่นได้ว่าต้องกด ต้องเด้งกัน จนไม่ต้องทำอะไรกันเลยทีเดียว (แม้แต่ตอนลงบันได) จากนั้น Line ก็เข้ามาแทนที แต่ถามว่าพฤติกรรมการ Chat เปลี่ยนไปหรือไม่ เปล่าเลย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม (ก้นหน้าก้มตา เอาตูดพิงเสา) เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น
 
 
          ตอนนี้ผมนึกออกเพียงเท่านี้เองแหะ
 
          ซึ่งสิ่งที่ผมคิดได้คือ แม้ว่าประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเดิมเสมอ สิ่งที่เราควรจะทำคืออะไร ยอมรับมันและไหลไปตามกระแส?
 
          ไม่ใช่เลย การเรียนรู้ ต่างหากที่เราควรทำ เช่น
 
          ถ้าเรารู้ว่าเมื่อก่อนเราติด Hi5 จนงานเสีย เมื่อมี Facebook เข้ามาเราก็ควรจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ไม่ติดเหมือนเล่น Hi5
 
          ถ้าเมื่อก่อนเราเคย Chat BB จนตกบันได คราวนี้เราเล่น Line ก็ควรจะรู้ว่าตอนไหนควรเล่น ตอนไหนควรเดินลงบันได
 
          ถ้าเรารู้ว่าหุ้นเคยซื้อเคยขาดทุน เราก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธี เข้าซื้อ-ขายใหม่ อย่าให้ประวัติมันซ้ำรอยเดิม
 
 
          ในเมื่อเรารู้ว่า สิ่งที่เราเคยผ่านมา มันจะกลับมาอีก ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดี เราก็ควรจะรอรับมันไว้ แต่ถ้ามันไม่ดี ก็เลี่ยงไป หรือปรับตัวให้ ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
 
 
          หวังว่าแนวคิดนี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ (ที่หลงเข้ามาอ่าน) บ้างนะครับ Money mouth
 
 
          ปล. อบากบอกว่าตอนนี้เป้าหมาย 10 Challenges of 2013 ผมเสร็จไป 3 อย่างแล้วนะ Surprised